อ่านรายงาน Chatwoot ให้รู้ว่าทีมซัพพอร์ตทำงานดีจริงไหม

บทสนทนาที่ไหลเข้ามาไม่หยุดบอกอะไรไม่ได้มากถ้าไม่มีตัวเลขมาช่วยอ่าน รายงานใน Chatwoot เปลี่ยนกระแสข้อความเหล่านั้นให้เป็นคำตอบว่าทีมตอบเร็วแค่ไหน บทสนทนาไปติดขัดตรงไหน และลูกค้าพอใจหรือเปล่า

Chatwootรายงานดูแลลูกค้า

01 — ชุด metric ที่ปรากฏซ้ำในรายงานเกือบทุกแบบ

รายงานส่วนใหญ่ใน Chatwoot ไม่ว่าจะดูภาพรวมทั้งบัญชี หรือกรองแยกตาม Agent, Inbox, Team, Label ก็ใช้ชุดตัวเลขชุดเดียวกันนี้เป็นฐาน เรียนรู้ความหมายของมันครั้งเดียว รายงานที่เหลือก็แค่เอาชุดเดิมมาตัดมุมมองต่างกัน

ตัวเลขสองตัวที่มักสับสนกันคือเวลาตอบกลับครั้งแรกกับเวลาตอบกลับเฉลี่ย เวลาตอบกลับครั้งแรกนับเป็นค่าเดียวต่อหนึ่งบทสนทนา ส่วนเวลาตอบกลับเฉลี่ยคือค่าเฉลี่ยของทุกการโต้ตอบในทุกบทสนทนา ซึ่งสะท้อนความไวในการตอบสนองตลอดทั้งบทสนทนาได้ดีกว่า ไม่ใช่แค่ความเร็วตอนเปิดเรื่อง

  • จำนวนบทสนทนาที่สร้างใหม่ในช่วงเวลานั้น
  • ข้อความที่ลูกค้าส่งเข้ามา และข้อความที่ทีมส่งออกไป
  • เวลาตอบกลับครั้งแรกเฉลี่ย นับตั้งแต่ข้อความแรกของลูกค้าจนถึงคำตอบแรกจากทีม
  • เวลาปิดเรื่องเฉลี่ย นับตั้งแต่สร้างบทสนทนาจนถึงสถานะ resolved
  • จำนวนบทสนทนาที่ถูกปิดเรื่องสำเร็จในช่วงเวลานั้น
  • เวลาตอบกลับเฉลี่ยตลอดบทสนทนา นับทุกรอบการโต้ตอบ ไม่ใช่แค่ครั้งแรก

02 — Overview แบบเรียลไทม์ และ heatmap ที่บอกว่าควรจัดกะตอนไหน

ในบรรดารายงานทั้งหมด มีเพียงรายงาน Overview ที่เป็นเรียลไทม์จริง ไม่มีช่วงวันที่ให้เลือก เพราะมันแสดงสถานะปัจจุบันเสมอ ทั้งจำนวนบทสนทนาที่เปิดอยู่ ยังไม่มีคนดูแล หรือยังไม่ได้มอบหมาย สัดส่วนของ Agent ที่ออนไลน์เทียบกับไม่ว่างหรือออฟไลน์ และ heatmap สองแบบที่แสดงว่าบทสนทนาใหม่เข้ามาตอนไหน กับบทสนทนาถูกปิดเรื่องตอนไหนของสัปดาห์

วิธีใช้ที่ได้ประโยชน์จริงคือเปิดค้างไว้ในห้องทีม แล้วใช้ heatmap หาช่วงเวลาที่งานเข้าหนักที่สุดเพื่อวางแผนจัดกะ ถ้าบ่ายวันอังคารเป็นช่วงยุ่งที่สุดและเช้าวันศุกร์แทบไม่มีงาน นั่นคือจุดเริ่มต้นของการจัดคนให้ตรงกับปริมาณงานจริง

03 — รายงานแยกตาม Agent, Inbox, Team, Label — อ่านให้ถูกบริบท

รายงานทั้งสี่แบบนี้ใช้ชุด metric เดียวกับที่อธิบายไปแล้ว เพียงแต่จำกัดขอบเขตให้แคบลง รายงาน Inbox ช่วยเทียบว่าช่องทางไหนตามหลังช่องทางอื่น รายงาน Team มีประโยชน์เมื่อแต่ละทีมดูแลบทสนทนาคนละประเภทและค่าเฉลี่ยรวมทั้งบริษัทบดบังภาพจริงไป ส่วนรายงาน Label จะเผยว่าบทสนทนาประเภทไหนใช้เวลานานที่สุด แต่จะดีได้ก็ต่อเมื่อทีมติด label กันอย่างสม่ำเสมอเท่านั้น

รายงาน Agent ต้องอ่านด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะตัวเลขวัดผลงานที่ถ่วงน้ำหนักตามภาระงาน ไม่ใช่ความพยายามของแต่ละคน คนที่รับมือกับเคสซับซ้อนระดับองค์กรจะดูช้ากว่าคนที่รับแต่คำของ่าย ๆ จำนวนมาก ควรอ่านตัวเลขนี้ควบคู่ไปกับคะแนนความพอใจของลูกค้าและบริบทของงานเสมอ ไม่ใช้เป็นคะแนนตัดสินเดี่ยว ๆ

04 — CSAT และ SLA report: สิ่งที่ตัวเลขปริมาณงานบอกไม่ได้

แบบสำรวจ CSAT จะถูกส่งให้ลูกค้าเป็นสเกลห้าดาวเมื่อบทสนทนาถูกปิดเรื่อง หากเปิดใช้งานไว้บน inbox นั้น รายงานจะแสดงจำนวนคำตอบที่ได้รับ สัดส่วนที่ให้สี่หรือห้าดาว อัตราการตอบแบบสำรวจ และการกระจายคะแนน กรองตาม Agent, Inbox, Team หรือคะแนนที่ต้องการได้ ซึ่งมีประโยชน์มากเวลาต้องการไล่อ่าน feedback ที่ได้คะแนนต่ำโดยตรง

รายงาน SLA แสดงอัตราที่ทำได้ตามเป้า จำนวนที่พลาดเป้า และตารางรายบทสนทนาพร้อมสถานะ สิ่งที่สำคัญกว่าตัวเลขรวมคือการไปดูว่าทำไมถึงพลาด เรียงรายการที่พลาดเป้านานที่สุดขึ้นก่อน แล้วอ่านสิบอันดับแรก มักจะเจอแพทเทิร์นเดียวกันซ้ำ เช่น Agent คนเดียวกัน inbox เดียวกัน หรือช่วงเวลาเดียวกัน

สำหรับบัญชีที่เปิดใช้ AI หรือแชตบอต ยังมีรายงาน Bot แยกต่างหากที่บอกว่าบอทปิดเรื่องได้เองกี่ครั้งเทียบกับส่งต่อให้คนกี่ครั้ง สัดส่วนที่ดีที่สุดขึ้นอยู่กับกลยุทธ์ของแต่ละทีม บางทีมอยากให้บอทปิดเรื่องได้มาก บางทีมแค่อยากให้บอทคัดกรองก่อนส่งต่อ ต้องตัดสินใจเป้าหมายก่อนค่อยตัดสินตัวเลข

ดูบทความทั้งหมด

มีงานที่อยากให้ Software, AI หรือ Automation ช่วยอยู่ไหม?

เล่า workflow หรือปัญหาที่ทีมกำลังเจอ เราช่วยดูได้ว่าควรใช้ระบบสำเร็จรูป เชื่อมเครื่องมือเดิม หรือพัฒนาเพิ่มเฉพาะส่วนไหน

คุยกับเราทาง LINEhello@room64.net